
edit @ 2005/05/06 00:23:26


ภูเขาทอง วัดสระเกษวรวิหาร เปิดให้ชมบรรยากาศและทัศนียภาพยามค่ำคืน 1 ปีมีครั้งเดียว ในช่วงวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี (ภาพได้รับการขอบคุณจาก ++peter++ ครับท่านผู้ชม)
เมื่อสักครู่ได้เข้าไปอ่านบล็อกของเฮียถั่วส์ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ช่วงนี้เค้ากำลังทำภารกิจภายใน 24 ชั่วโมง... ซึ่งภารกิจนี้เกี่ยวกับชีวิตของเค้าหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจนัก ทุกอย่างคืองาน คือเงิน คือปัจจัยสี่ คือความรู้ คือความบันเทิง คือประสบการณ์ และอีกสารพัดคือ ที่แทบจะเหลือคนานับหากจะต้องบอกกล่าว
| ชีวิตของคนเรานั้น ต่างต้องผจญกับสิ่งที่คนเราไม่สมความปรารถนา หรือที่เรียกกันเปรยๆ ว่า "ความทุกข์" ความทุกข์นั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร อริยสัจ 4 ในบทเรียนไม่สามารถบอกได้ดี จิตแพทย์อันดับหนึ่งยังอธิบายไม่คลุมเครือ สิ่งที่บอกได้นั้น คือจิตใจของคนเรา ในที่นี้ใครบ้างจะคิดว่า คนเราเกิดมา มีชีวิตที่มีความสุขเสมอไป.... บางครั้งก็ย่อมมีความทุกข์บ้าง ความทุกข์แม้คนเราจะไม่อยากที่จะรับมันนัก แต่เมื่อเกิดความทุกข์ ก็จะทำให้เรารู้ว่า มันมีมุมมองอะไรในตัวเรา มุมมองที่คิดจะแก้ไข มุมมองที่จะหนีห่าง หรือมุมมองที่จะเผชิญในวันข้างหน้า ผมลองหยิบอ่านหนังสือ "ชีวิตรื่นรมย์" พ็อคเก็ตบุ๊คส์ของคุณกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ประกาศข่าวคู่หูเฮียแพนด้า (แพนด้าในที่นี่ไม่ใช่คุณโรเบิร์ต แต่เป็นคำเรียกของเฮียสรยุทธ เวลาที่พี่แกทำงานโดยไม่ลืมหูลืมตา) ในร้านหนังสือแห่งหนึ่ง นอกจากสีสันในหนังสือที่ฝ่ายกราฟฟิคของเนชั่นตั้งใจที่บรรจงจะทำให้หนังสือเล่มนี้มีสีสัน (มากกว่ากรรมกรข่าว) สิ่งหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นคุณกนกได้ดี คือเนื้อหาหนังสือภายในเล่ม ชีวิตรื่นรมย์ อาจไม่ใช่ชีวิตที่มีความสุขแบบสูตรสำเร็จมากเท่าไหร่นัก แต่เป็นชีวิตที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่ดุเดือดเผ็ดร้อน แต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่แต่งแต้มด้วยสีสัน และบรรยากาศสมัยที่เกิดจากความทรงจำเมื่อวันวาน จนถึงปัจจุบัน | ![]() |
สำนวนไทยที่ว่าด้วย "คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก" นั้นยังใช้ได้อยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้น การที่คนเรานั้นต้องเผชิญกับสิ่งใด หนังสือเล่มนี้คงบอกถึงสิ่งที่เป็นอยู่ แม้ชีวิตของคนเรานั้น จะเป็นชีวิตที่ตีลังกาท้ามฤตยู แต่เมื่อมองสิ่งที่ธรรมดา ให้เป็นของวิเศษ ทำวันนี้ให้มหัศจรรย์ มีความสุข มองเห็น สัมผัสได้ ประทับใจ และสารพัดสิ่งที่ทำให้คนเรานั้นมีมุมมองแปลกๆ ก็จะทำให้ชีวิตของเรา รื่นรมย์ และมีชีวิตชีวามากขึ้น ผมเชื่อว่า ชีวิตคนเราทุกคนนั้น ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้มีเงินทองไว้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยวิถีปกติ
ผมมีตัวอย่างที่พิสูจน์ได้ว่า ความสุข ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับวัตถุ พี่เป้ (นายปลิ้น) คงจะเป็นตัวอย่างได้ดีที่วันหนึ่ง ทำงานที่บ้าน เล่นคอม ออกไปดูหนัง เที่ยวเล่น โดยไม่สนใจว่าจะต้องมีอะไรยึดติด ไม่มีกระเป๋าสตางค์ ไม่มีบัตรเอทีเอ็ม ไม่มีมือถือ แต่ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาพอใจ อยู่บนโลกใบนี้ก็พอแล้ว
ส่วนผม ชีวิตก็ยังคงลื่นล้มต่อไป ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ แม้จะล้มแค่ถลอก หรือพรวดพราดจนปางตายก็ตาม... แค่ขอให้รู้ว่า ทุกบาดแผลที่ล้ม คือบทเรียน

คุณ Think บอกว่าหน้าตาดีในมุมมืด (สถานที่ : ภูเขาทอง วัดสระเกษ)
จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่พวกเราออกเดินทางไป มีผม - คุณ mangkood / คุณ Think (อยากใช้ชื่อนี้ แต่มันซ้ำ) / คุณ Goya_aTaan / คุณ ++peter++ / คุณ ++Chinemon++ / คุณ แมลงปีศาจ / คุณ สาวหน้าใส / คุณ Side B / คุณ นายปลิ้น และคุณ แมลงสาบเทวีราชีนีกระจั้ว ตอนนั้นผมไปหาคนที่รออยู่ โดยวิธีเดินจากเซ็นทรัลชิดลม ผ่านออลซีซั่นเพลส กะจะไปรอเพื่อนๆ ที่ซีพีทาวเวอร์สีลม แต่ก็ต้องเจอมลพิษจนทนไม่ไหว เลยนั่งแท็กซี่ต่อไปจนถึงตึกซีพี วันนั้นรถติดวินาศสันตโรโคตร
ถึงบริเวณซีพีทาวเวอร์ หน้าร้านแมคโดนัลด์มีวงโปงลางสะออนมาแสดง ผมเข้าไปในร้านเพื่อจะสั่งชุดไก่ทอดแมคดีมารับประทาน (อย่าหาว่าผมทรยศเลยนะ ... พี่หมู) พนักงานที่นี่เรียบๆ เฉยๆ ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ผมเจอแคชเชียร์ที่ชื่อวสันต์ เค้าไม่ค่อยพูดอะไรเลย นอกจาก เพิ่ม 10 บาทรับเฟรนฟรายส์และแป็บซี่ใหญ่ แล้วให้กดปุ่มบ้าอะไรไม่รู้... 60 วินาทีผ่านไป แอ๊ดๆๆๆๆๆ เค้าให้คูปองแลกซื้อโค้กในราคา 9 บาท (ตอนหลังเพิ่งรู้ว่าพนักงานที่นี่ต้องทำเวลาในการจัดเมนูให้เร็วที่สุด ภายในเวลา 60 วินาที ถ้าเกินก็แลกซื้อโค้ก ... พี่หมู เมเนเจอร์ร้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเค้าให้เฟรนซ์ฟรายฟรี แต่ตอนนี้... พูดไม่ออก)
ขณะที่กำลังเปิปไก่ทอดแมคดีอยู่นั้น คุณมังคุดเดินเข้ามาพอดี เธอบ่นว่าตาลยืนรออยู่ที่ BTS ส่วนคุณเซินเค้าติดธุระ (ตาลเคืองนะนั่น อิอิอิ) ผมเลยต้องให้พนักงานห่อกลับบ้านครับ ที่น่าแปลกของร้านก็คือ ร้านสาขาซีพีทาวเวอร์ที่สีลม ไม่มีขวดซอส เวลาเสิร์ฟเป็นถาดเค้าจะมีถ้วยพลาสติกให้เติมน้ำจิ้มเอาเอง เห็นแล้วไม่ค่อยชอบอ่ะคือ จิ้มได้ไม่เต็มที่ ต้องเดินไปเติมเมื่อหมด
ผมเดินมาพบกับ Goya_aTaan ที่บีทีเอส เธอบอกว่าพวกเขารอที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ (เฉลิมไทยเก่า) เราเลยรีบไปด้วยการขึ้นรถไฟใต้ดินไปสามย่าน แล้วต่อแท็กซี่ แต่...แท็กซี่ทุกคันต่างส่ายหน้าเมื่อเราบอกจุดหมายปลายทางผลที่สุดเลยพึ่งตุ๊ก...ตุ๊กนี่ล่ะ จนกระทั่งมาพบกับบรรดาพี่น้องสมาชิกที่เหลือ
นี่เป็นกระทงของคุณ สาวหน้าใส กับคุณ Side B ครับ ใหญ่ขนาดนั้น ส่วนของคนอื่นก็แตกต่างกันไป แต่.... ที่ภูเขาทอง คนเบียดเสียดจนถล่มทลาย จนกระทั่งต้องย้ายทัพไปที่สวนสันติชัยปราการ ลอยริมแม่น้ำเจ้าพระยาซะเลย
มีคนร่วมลอยกระทงร่วมหลายพันคน วันนั้นมีการแสดงด้วย แต่ไม่ได้ชม ที่นี่เสียอย่างเดียวคือ ท่าน้ำไม่มี เวลาปล่อยกระทงต้องใช้ที่ตักเส้นก๋วยเตี๋ยวบานๆ มาใส่กระทง แล้วจุ่มลงไปในน้ำให้กระทงลอยตามน้ำไป
พวกเราต่างพร้อมหน้าพร้อมตาจุดเทียน พร้อมเล่นไฟเย็น เป็นที่น่าสังเกตว่ามีฝรั่งถ่ายรูปพวกเราไปด้วย น่าประทับใจจริงๆ เสร็จจากลอยกระทง อธิษฐานให้หน้าตาดีวันดีคืนที่สวนแล้ว เราไปต่อกันที่ ภูเขาทอง เราต้องพยายามเบียดเสียดเพื่อที่จะได้กินของอร่อยๆ กัน พวกเราเลยได้หม่ำหอยทอด แต่.... ปีเตอร์ บอกว่าหอยทอดไม่หนำใจ เอาส้มตำ กับน้ำตกหมู แต่ปีเตอร์กลับอิ่ม ส่วนพี่รี่แปลกกว่าเพื่อนตรงที่คนอื่นเค้าสั่งแต่หอยทอด แต่คุณพี่เธอสั่ง ข้าวหมูแดง อ่านะ
ขอขอบคุณ
- คุณสาวหน้าใส สมทบทุนค่าน้ำ 50 บาทแก่พวกเราคณะราษฎร์
- คุณ Think ที่ออกค่าอาหารให้กับผม ออส่วน 70 บาท (จะบอกว่า เอทีเอ็มมีเงิน พี่แกบอกว่า เอาไว้ก่อน....)
เสร็จจากอิ่ม เราไปยิงปืนครับ แม่นไม่แม่น ดูคุณพี่เธอ........
แล้วขึ้นไปบนภูเขาทอง อากาศเย๊น....เย็น.... (เสียงจากเจ้าอาวาสหรือโฆษกพระก็ไม่แน่ใจ) เสียดายที่ไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้า เพราะคนเพียบ แต่สาวน้อยก็ได้เก็บภาพนี้ เป็นภาพวิว กทม. มาฝากกัน (ถ่ายมัวเพราะลมแรงมาก)
แล้วก็มาดูของแปลกข้างล่าง คุณ KoPoK หารายได้พิเศษกับสาวน้อยตกน้ำหรือเปล่านี่ ???"นี่ของจริงหรือของปลอม"
พวกเรากลับกันตอนตี 1 ครับ โดยเราได้ติดรถแท็กซี่คุณพี่อั้ม ไปลงสะพานปิ่นเกล้า แล้วนั่งสาย 80 กับพี่เป้ ผมพูดคุยกับพี่เป้ เค้าเป็นคนที่พอใจอะไรง่ายๆ ไม่อยากมีอะไรที่มันเกินตัว กระเป่าตังค์ไม่พก มือถือไม่ติดตัว คือแบบว่าสมถะ เค้าเป็นห่วงว่าถ้ามีแฟนแล้วจะรับได้หรือเปล่า ... ก็ต้องภาวนะขอให้พบกับสิ่งที่ใช่ในสิ่งที่ชอบทั้ง 2 ฝ่าย
นอกนั้นไม่มีอะไรมาก แค่บอกว่า สาย 80 คันนี้ซิ่งตั้งแต่ท่าพระยันหนองแขม แล้วก็... นั่งแท็กซี่จากปากซอยเพชรเกษม 81 ไปที่บ้าน ระยะทาง 17.6 กม. ค่าโดยสาร 103 บาท
จบแล้ววววววว
ป.ล. ขอบคุณพี่เป้ที่จ่ายค่ารถเมล์ให้ และภาพสวยๆ จากคุณ Think ไปนอนล่ะ พรุ่งนี้ทำงานต่อ